บัตรคนจนยังไม่จบ! รัฐชะลอโยก 6 ล้านคนเข้า "ไทยช่วยไทย พลัส"
คลัง ชะลอเสนอ ครม. โยก 6 ล้านคนไม่ผ่านเกณฑ์บัตรคนจนเข้า “ไทยช่วยไทย พลัส” รอทบทวนข้อสั่งการนายกฯ คาดเสนอได้สัปดาห์หน้า
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยความคืบหน้าการทบทวนหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า กระทรวงการคลังขอชะลอการนำรายชื่อประชาชนประมาณ 6 ล้านคนที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เข้าสู่โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เพื่อให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. พิจารณา ขณะเดียวกัน ข้อเสนอของกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับการปรับหลักเกณฑ์กรรมสิทธิ์ยานพาหนะที่ใช้ประกอบการพิจารณาสิทธิ์ ก็ยังอยู่ระหว่างการทบทวนเช่นกัน
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า การชะลอการเสนอเรื่องดังกล่าว เนื่องจากนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำรายละเอียดต่างๆ ไปพิจารณาให้ครบถ้วนทุกมิติ โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์หรือหลุดจากสิทธิ์ และต้องการยื่นอุทธรณ์หรือตรวจสอบสิทธิ์อีกครั้ง คาดว่าหลังจากทบทวนรายละเอียดแล้ว จะสามารถนำเรื่องกลับเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ได้ในสัปดาห์หน้า
สำหรับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการอุทธรณ์สิทธิ์ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีต้องการให้ประชาชนได้รับความสะดวกมากที่สุด จึงมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยจัดพื้นที่รองรับการยื่นอุทธรณ์ รวมถึงกรณีประชาชนไม่สามารถเดินทางมายื่นเรื่องด้วยตนเอง ให้มีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจและรับเรื่องเพิ่มเติม เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการตรวจสอบสิทธิ์ได้มากขึ้น พร้อมพิจารณาขยายระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์
ทั้งนี้ นายสิริพงศ์ย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่มีมติ ครม. อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และมาตรการใหม่ จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากหน่วยงานรัฐ และอย่าเพิ่งยึดถือไทม์ไลน์การเริ่มใช้สิทธิ์หรือมาตรการต่างๆ ที่เผยแพร่ออกมา โดยผู้ที่ยังไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ไม่ควรเข้าใจว่าเป็นการสละสิทธิ์ เนื่องจากอยู่ระหว่างการพิจารณาขยายระยะเวลาอุทธรณ์
ส่วนการอำนวยความสะดวกด้านข้อมูลยานพาหนะ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก พิจารณาหาแนวทางลดภาระประชาชน หากมีกฎหมายหรืออำนาจตามกฎหมายที่สามารถดำเนินการได้ โดยขณะนี้มีการอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูลสิทธิ์และพิจารณายกเว้นค่าธรรมเนียมในส่วนที่สามารถดำเนินการได้
ขณะที่กรณีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่ทะเบียนค้างชำระภาษีเป็นเวลานาน หากต้องการยกเลิกทะเบียนอาจต้องชำระภาษีย้อนหลัง นายสิริพงศ์ กล่าวว่า จะต้องพิจารณาแนวทางแก้ไข เนื่องจากเกี่ยวข้องกับกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ และอาจจำเป็นต้องจัดระบบข้อมูลทะเบียนที่ค้างอยู่ในระบบเป็นเวลานานให้มีความชัดเจนมากขึ้น
สำหรับข้อเสนอปรับหลักเกณฑ์กรรมสิทธิ์ยานพาหนะ กระทรวงคมนาคมได้เสนอไปยังกระทรวงการคลังแล้ว โดยเสนอให้รถยนต์อายุเกิน 20 ปี และรถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปี ไม่นำมาเป็นเงื่อนไขตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนรถที่มีอายุน้อยกว่านั้นแต่ไม่อยู่ในสภาพใช้งานได้ สามารถแจ้งกรมการขนส่งทางบกเพื่อให้ตรวจสอบสภาพรถได้
นอกจากนี้ กรณีมีรถจักรยานยนต์ 2 คัน แม้อยู่ระหว่างการผ่อนชำระ ตามแนวทางที่เสนอจะไม่ถือเป็นเหตุให้เสียสิทธิ์ ขณะที่กรณี “โอนลอย” จะเปิดช่องให้ประชาชนแสดงเอกสารหรือข้อเท็จจริงเพื่อยืนยันว่าไม่ได้ครอบครองรถแล้ว ส่วนกรณีถูกนำชื่อไปใช้หรือถูกแอบอ้างเป็นเจ้าของรถ จะต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและพิสูจน์ข้อเท็จจริง
นายสิริพงศ์ ยืนยันว่า แนวทางดังกล่าวไม่ได้เป็นการผลักภาระให้ประชาชน แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนพิสูจน์สิทธิ์และแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง โดยเฉพาะกรณีโอนลอยที่ชื่อเจ้าของเดิมอาจยังอยู่ในระบบ ทั้งที่ไม่ได้ครอบครองรถแล้ว ซึ่งหากรถถูกนำไปใช้กระทำผิด อาจส่งผลกระทบถึงผู้ที่มีชื่อเป็นเจ้าของในระบบ จึงถือเป็นโอกาสในการจัดระเบียบข้อมูลทะเบียนให้ถูกต้อง
ส่วนแนวทาง One Stop Service นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนสามารถดำเนินการผ่านช่องทางของรัฐ เช่น ธนาคารกรุงไทย ธ.ก.ส. และกรมการขนส่งทางบก โดยแนวทางเพิ่มเติมคือการเปิดให้ติดต่อผ่านที่ว่าการอำเภอ และอาจจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ลงพื้นที่ตามหมู่บ้านหรือชุมชน เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องเดินทางไกล ทั้งนี้ รายละเอียดต้องรอหลักเกณฑ์จากกระทรวงการคลังและมติ ครม. อย่างเป็นทางการ
นายสิริพงศ์ กล่าวถึงกรณีประชาชนบางส่วนเคยได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่การลงทะเบียนรอบใหม่ไม่ผ่านเกณฑ์ว่า รัฐบาลรับทราบว่าอาจมีประชาชนที่ยากจนจริงบางส่วนหลุดจากระบบ จึงต้องเปิดโอกาสให้อุทธรณ์และทบทวนสิทธิ์ ขณะเดียวกัน การลงทะเบียนรอบใหม่ทำให้พบประชาชนที่เข้าเกณฑ์และควรได้รับความช่วยเหลือเพิ่มขึ้นกว่า 2 ล้านคน หลังจากไม่มีการเปิดลงทะเบียนใหม่ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ รัฐบาลมองว่าการทบทวนหลักเกณฑ์มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรม และทำให้สิทธิ์ไปถึงประชาชนที่เดือดร้อนและควรได้รับความช่วยเหลืออย่างแท้จริง
นายสิริพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้รู้สึกน้อยใจต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เพราะการปรับหลักเกณฑ์ย่อมมีทั้งผู้ที่ได้รับสิทธิ์และผู้ที่ผิดหวัง แต่รัฐบาลต้องกล้าปรับระบบให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้น พร้อมยืนยันว่าหลักเกณฑ์พยายามใช้ดุลพินิจให้น้อยที่สุด และหากพบว่าเงื่อนไขใดเข้มงวดเกินไปในทางปฏิบัติ ก็พร้อมนำกลับมาพิจารณาปรับปรุงให้เหมาะสม
ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บอกว่า จากเสียงวิพากษ์วิจารณ์จนต้องมีการปรับทบทวนเกณฑ์ ผู้ได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต้องขอบคุณทุกฝ่าย โดยได้รับรับทราบข้อมูลมาตลอดแม้ปฏิบัติอยู่ต่างประเทศ ซึ่งจุดประสงค์ที่รัฐบาลทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่เรียกว่าบัตรคนจน เพราะเราต้องการช่วยคนจนที่เดือดร้อนจริงๆ วันนี้เราไม่ได้มีการนำคนเข้าระบบมา 4-5 ปี ซึ่งหัวใจสำคัญคือการนำคนใหม่และคนจนจริงที่ไม่ได้อยู่ในระบบของเดิม เข้ามาอยู่ในระบบ 2.3 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ตกสำรวจไป ซึ่งเป็นหัวใจที่หนึ่ง
ส่วนหัวใจที่สอง เราต้องการช่วยคนจนจริงๆ เพราะคราวที่แล้วได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนมากและคนจนปลอมเยอะที่มาอ้างและรับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เราจึงพยายามแยกแยะหลักเกณฑ์ต่างๆ ซึ่งวันนี้สามารถแยกแยะคนจนปลอมออกได้บางส่วน และกรณีที่มีเสียงร้องเรียนก็รับฟังซึ่งตนเห็นใจมากๆ ที่มีบางกลุ่มหลุดออกไปจากคนที่จนปลอม ซึ่งคนเหล่านี้สิ่งที่เราต้องการช่วยเหลือเขาจริงๆถ้าเดือดร้อนจริงก็ได้ประสานกับกระทรวงมหาดไทย ให้ลงไปช่วยเป็นศูนย์วันสต็อปเซอร์วิสเพื่อทบทวนสิทธิ์
และเรายังพบว่า ประเทศไทยไม่มีฐานข้อมูลที่ทันสมัย เราจึงมาทบทวนสิทธิ์ที่ประชาชนเรียกร้อง เช่น เรื่องรถเก่า สมาคมตนได้หารือกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งจะมีการทบทวนเกณฑ์ดังกล่าวให้ ขณะเดียวกันสิ่งที่พบอีกอย่างหนึ่ง ระบบข้อมูลของประเทศไทยมีคนไปหลอกลวงชาวบ้านเป็นจำนวนมาก เอาข้อมูลของชาวบ้านไปจดทะเบียนบริษัทหรือไปซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เป็นทั้งทุนเทาและกรรมการบริษัท ซึ่งตัวของชาวบ้านไม่ทราบเรื่องโดยนำมาลดหย่อนภาษี ซึ่งวันนี้ความจริงในประเทศไทยมันปูดออกมาหมด ตนจึงมอบหมายและสั่งการให้เปิดความจริงทั้งหมด และหลังจากที่เราดูแลชาวบ้านเสร็จก็ต้องจัดการคนที่หลอกชาวบ้านที่ทำให้เขาเดือดร้อนซึ่งเป็นสิ่งที่ตนได้มอบนโยบายไป
พร้อมย้ำว่า วันนี้หัวใจสำคัญคือตนเห็นใจผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ โดยเราจะเปิดขยายการอุทธรณ์สิทธิ์ให้ และจะพยายามดูแลคนที่เดือดร้อนจริงที่สุด พร้อมย้ำอีกว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นเครื่องมือหนึ่ง แต่เรายังมีอีกหลายเครื่องมือตาข่ายที่รองรับคนจน ซึ่งจุดประสงค์ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคือช่วยคนที่ไม่มีอะไรหรือไม่มีใครดูแลเลย ซึ่งวันนี้กวาดมาใหม่ได้ 2.3 ล้านคน และคนที่ยังมีสิทธิ์อื่นก็ยังได้ทั้งหมด ทั้งบัตรผู้สูงอายุหรือบัตรผู้พิการ เด็กเรียนฟรี ฉะนั้นสวัสดิการทั้งหมดมี 72 สวัสดิการ ทุกคนยังได้สิทธิ์ตามที่ตัวเองจะได้ แต่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐต้องการช่วยคนที่เดือดร้อนที่สุดในสังคมและเราเปิดรับฟัง ซึ่งตนพร้อมรับฟังความเห็นและก็จะมีการนำเข้าคณะกรรมการฯ เพื่อเปิดทบทวนสิทธิ์และขยายเวลา
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB